เดือด! เรือรบพม่า 3 ลำ บุกถล่มเรือประมงไทย พร้อมลากเรือไทยเข้าพม่า
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เวลา 00.30 น. กลางดึกที่ผ่านมา มีรายงานว่า ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดระนอง หรือ ศรชล.ระนอง ได้รับแจ้งเหตุ กลุ่มเรือประมงอวนดำ จำนวนร่วม 50 ลำ ขณะเปิดไฟและวางอวนล้อมอยู่ในน่านน้ำไทย ห่างจากเกาะพยาม ด้านทิศตะวันตกประมาณ 5 ไมล์ทะเล ได้ถูก 3 เรือรบทหารเมียนมากราดกระสุนเข้าใส่ ขณะแล่นเข้าหา เพื่อทำการยึดเรือประมงไทย กลุ่มเรือประมงทั้งหมดที่อยู่ในละแวกต่างตัดอวนดำทิ้ง และแล่นหนีตาย วิ่งเข้าเกาะพยามที่มีเรือตรวจการณ์ไทยลอยลำอยู่จึงประสานงานให้เรือ ต.274 และเรือ ต.993 เข้าทำการสกัดกั้น และให้การช่วยเหลือทันที
โดยเรือประมงไทย 2 ลำ คือ เรือ ดวงทวีผล 333 และเรือ ส.เจริญชัย 8 หนี 2 เรือรบทหารเมียนมาไม่ทัน จำเป็นต้องสละเรือทิ้ง ไต๋เรือและลูกเรือกระโดดน้ำลงทะเลหนีตายทั้งหมด ก่อนเรือประมงในกลุ่ม เข้าช่วยได้ทั้งหมดและนำกลับไปส่งยัง หลังเรือรบทหารเมียนมา ได้ทำการยึดเรือและชักลากกลับไปในน่านน้ำเมียนมา ฝั่งจังหวัดเกาะสอง ส่วนเรือประมงอีกลำ คือ เรือ มหาลาภธนวัฒน์ 4 ถูกเรือรบทหารเมียนมา ลำที่ 3 เข้าไล่จับ และสาดกระสุนใส่ตัวเก๋ง ห้องบังคับเรืออย่างหนัก ไต๋เรือวัย 47 อาศัยประสบการณ์ บังคับเรือตีวงล้อม ฝ่ากระสุนที่ถูกยิงใส่ราวสายฝน โดยตัวเองถูกยิงเฉียดกะโหลกศีรษะ หนังศีรษะเปิด เลือดอาบเต็มหน้า แต่กัดฟัน หนีตายกลับเข้าเกาะมาได้ ก่อน เรือ ต.274 เข้ารับตัวระหว่างทาง พร้อมลูกเรืออีกราย ที่ถูกกระแสไฟฟ้าเรือ ช็อตเข้าที่มือ ขณะหนีหลบภัยลงห้องเครื่องใต้ท้องเรือ
โดยเมื่อเวลา 02.40 น. หน่วยกู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ พร้อมหน่วยกู้ชีพ รพ.ระนอง ได้รับการประสานจาก ศรชล.ระนอง ให้มารับตัวผู้บาดเจ็บ จำนวน 2 ราย ที่ท่าเรือน้ำลึกระนอง ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง จึงส่งรถพยาบาลฉุกเฉิน จำนวน 2 ลำ เข้าทำการรับตัวผู้บาดเจ็บทันที และมีหน่วยงานจาก ทหารเรือ ทัพภาค 3 ทั้งศรชลระนอง และ ศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเล ไทย-เมียนมา (ศปชล.ทม.)
จนเมื่อเวลา 03.30 น. เรือ ต.274 ได้เข้าเทียบฝั่งที่ท่าเรือน้ำลึก ก่อนอาสาสมัครกู้ภัย นำบอร์ดกระดานหรือเปล ลงไปรับผู้บาดเจ็บรายแรก คือลูกเรือชาวเมียนมา ที่ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตขึ้นมาจากเรือตรวจการณ์ ส่วนอีกรายคือนาย ศรีเพ็ชร อายุ 47 ปี ไต๋เรือมหาลาภธนวัฒน์ 4 พบถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณศีรษะ พอโดนยิงตนเองไม่กล้าเปิดแผลหนังศีรษะออกดู เพราะเลือดออกมาก พร้อมเปิดเผยว่า ขณะถูกไล่จับ เรือตนถูกเปิดฉากยิงเข้าใส่อย่างเดียว และยังมีเรือรบทหารเมียนมาอีก 2 ลำ ที่เข้าจับเรือประมงไทยทางด้านเหนือ มาทั้งหมดรวม 3 ลำ ผมทำงานอยู่ด้านใต้ มีเรือควบเข้ามา ทีแรกนึกว่าเรืออวนดำด้วยกัน ผมก็วิ่งเรื่อยๆ พอรู้ว่าเป็นเรือรบ ผมก็อัดเครื่องใส่หมดเลย ไม่ยอมให้มันเทียบ แล้วขับเรือหมุน มันก็ยังยิงเข้าใส่ ซึ่งเป็นเรือรบขนาดเท่าเรือตรวจการณ์ไทย โดยบาดแผลที่ถูกยิงศีรษะ ผมไม่กล้าเปิดดู ขณะถูกไล่ยิง ผมไม่กล้าโผล่ศีรษะมาหน้าต่างเก๋ง ส่วนลูกเรือไม่เป็นไร
โดยลูกเรือประมงสัญชาติเมียนมาอีกคน ที่ถูกไฟฟ้าช็อต ขณะขึ้นไปปฐมพยาบาลบนรถพยาบาลฉุกเฉิน เริ่มรู้สึกตัวดี สามารถตอบสนองคำถามจาก จนท.การแพทย์ฉุกเฉินได้ เมื่อถูกถามว่าเจ็บตรงไหน ก็พยายามยกมือข้างที่ถูกกระแสไฟฟ้าช็อต มีการให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด และรีบนำตัวส่ง ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย ส่งตึกอุบัติเหตุ รพ.ระนองทันที
เรือโท ธรณ์ธันย์ เสียงสุวรรณ์ ผู้บังคับเรือ ต.247 ขณะจอดเรือเฝ้าตรวจอยู่ที่บริเวณเกาะพยาม ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 00.30 ว่ามีลูกเรือจำนวน 3 คนได้รับบาดเจ็บ ให้ทำการออกทำการช่วยเหลือลูกเรือประมงโดยด่วน โดยมีจุดนัดพบบริเวณหน้าอ่าวใหญ่เกาะพยาม เมื่อเวลา 01.15 น. และขนย้ายผู้ป่วยใช้เวลา 30 นาที เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วเสร็จ เดินทางด้วยความเร็ว 18 น็อต และใช้เวลาอีก 1 ชม. 30 นาที ออกจากจุดรับตัวเมื่อเวลา 02.00 น. มาถึงท่าเทียบเรือน้ำลึก ในเวลา 03.30 น.
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนการดำเนินการขั้นต่อไป ศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเล ไทย-เมียนมา (ศปชล.ทม.) เร่งประสานให้ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ไทย-เมียนมา จ.ระนอง (TBC ระนอง) เป็นผู้เจรจา หรือประท้วง ถึงปัญหาที่เรือตรวจการณ์เมียนมา 3 ลำ รุกล้ำเข้าในน่านน้ำไทย และลากจูงเรือประมงไทยทั้ง 2 ลำ กลับเข้าไปในน่านน้ำเมียนมา ว่าเกิดปัญหาอะไรกันขึ้น ซึ่งก่อนหน้าทั้ง 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์ชายแดนด้านจังหวัดระนอง ในขั้นดี
ล่าสุดเมื่อเช้านี้เวลา 07.00 น. กลุ่มเรือประมงอวนดำไทย ที่รอดจากการจับกุมมาได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ยังคงจอดทอดสมอ ลอยลำ อยู่หน้าอ่าวใหญ่ ทางทิศตะวันตกของเกาะพยาม ทุกลำยังคงเสียดายอวนดำ ที่ล้อมจับปลา ที่ต้องตัดทิ้งไปในระหว่างหลบหนีเรือทหารเมียนมา ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนบาท และช่วงนี้เป็นฤดูที่มีปลาทูชุกชุมในน่านน้ำระนอง จึงมีกลุ่มเรือจากแถวนางย่อน และคุระบุรี จ.พังงา เข้ามาวางอวนในแถบน่านน้ำไทยใกล้น่านน้ำเมียนมากันเป็นจำนวนมาก
10 อันดับแบรนด์รถยนต์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในไทย มีแบรนด์อะไรบ้าง ?

หัวข้อที่น่าสนใจ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันมี แบรนด์รถยนต์ ให้เลือกซื้อและจับจองเป็นเจ้าของมากมาย อาจทำให้หลายคนสับสน และไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกซื้อแบรนด์ไหนดี ที่น่าเชื่อถือ แล้วแบบไหนคือ “เชื่อถือได้” ต้องดูจากตรงไหน มิสเตอร์ คุ้มค่า รวมคำตอบประเด็นต่าง ๆ มาให้แล้ว พร้อมกับลิสต์ 10 อันดับแบรนด์รถที่ไว้ใจ/เชื่อถือได้ มาให้คุณได้ทำความรู้จักคร่าว ๆ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย !
“ความน่าเชื่อถือ” ของ แบรนด์รถยนต์ วัดจากอะไร ?
ถ้าหากพูดถึง “ความน่าเชื่อถือ” หลายคนอาจมองว่าแบรนด์นั้น หรือแบรนด์นี้ มีความน่าเชื่อถือแตกต่างกันออกไป บางแบรนด์ที่ผู้เชี่ยวชาญลิสต์ออกมาอาจไม่ตรงตามความคิดหรือความรู้สึกของคุณ แล้วมันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ แล้วจริง ๆ สามารถเชื่อถือได้จริงไหม ?
คำตอบคือ “ชื่อถือได้แน่นอน” เพราะผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น ได้ทำการ “สำรวจประชากร” ด้วยการทำการทดสอบและใช้ข้อมูลอื่น ๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ว่ารถแบรนด์ไหนน่าเชื่อถือที่สุด
ซึ่งเกณฑ์การให้คะแนนจะรวบรวมส่วนต่าง ๆ เช่น งบประมาณของประเภทรถยนต์ ความสามารถในการข้ามประเทศ มาทำการประเมินความน่าเชื่อถือ ถ้ายังมองภาพไม่ออกเรามาดู “คำจำกัดความ” ของความน่าเชื่อถือของรถยนต์กันเลยดีกว่า
คำจำกัดความ “ความน่าเชื่อถือ” ของรถยนต์
ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น และรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ที่ทำให้รถยนต์นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึก และความน่าเชื่อถือของผู้ใช้ (ลูกค้า) ที่ใช้การประเมินคุณภาพรถยนต์แต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่น ซึ่งปัจจัยที่ว่า บางส่วน คือ “ประสิทธิภาพและความสะดวกสบายของตัวรถ รวมถึงราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย สวยงาม และสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย”
เช็กลิสต์ 10 อันดับยี่ห้อรถยนต์ ที่น่าเชื่อถือ
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหารถยนต์สักคัน ที่พร้อมจะร่วมทางกับคุณไปอีกนานแสนนาน มิสเตอร์ คุ้มค่า ได้ลิสต์ 10 อันดับยี่ห้อรถยนต์ที่น่าเชื่อถือ มาให้คุณนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

- 1. Toyotaแบรนด์รถยนต์แนะนำที่แสนโด่งดัง ที่ไม่ใช่แค่ได้รับความนิยมในไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากอุตสาหกรรมทอผ้า และได้มีการถูกถ่ายโอนและขายสิทธิบัตรให้กับบริษัทในประเทศอังกฤษ จวบจนปี ค.ศ.1933-1935 ก็ถือเป็นช่วงที่แบรนด์ Toyoda ถือกำเนิดขึ้น และรถยนต์รุ่นแรกคือ A1 รถยนต์ขนาดเล็ก และ G1 รถบรรทุกแม้ว่าทั้ง 2 รุ่น จะจัดจำหน่ายในช่วงที่สภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างแปรปรวน แต่ยอดขายกลับสวนทางแบบสุดโต่ง สร้างกำไรให้กับบริษัทเป็นจำนวนมาก จนสามารถนำเม็ดเงินเหล่านั้นไปต่อยอดสู่รถยนต์รุ่นอื่น ๆ เป็นลำดับต่อไปจะเห็นได้ว่าก่อนที่ Toyata จะได้รับความนิยมในปัจจุบัน แบรนด์นี้ได้รับความนิยมตั้งแต่ตอนที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า Toyada แต่ในท้าทายที่สุดได้เปลี่ยนมาเป็น Toyota แบรนด์รถยอดนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการสื่อถึง Infinity พร้อมเปิดตัวโลโก้ 3 ห่วง โดยวงรีทั้ง 2 วงที่ซ้อนกัน หมายถึงการผลึกร่วมหัวใจ 2 ดวง ได้แก่ หัวใจของผู้ใช้รถและหัวใจของรถโตโยต้า และวงรีใหญ่ที่สื่อถึงการขยายตัว หมายถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของรถยนต์ยุคใหม่ ที่จะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
- 2. Isuzuเริ่มแรกถูกก่อตั้งในชื่อ Tokyo Ishikawajima Shipbuilding & Engineering Company ต่อมาได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรบริษัทยานยนต์สัญชาติอังกฤษ Wolseley Motors Limited และผลิตรถยนต์โดยสารคันแรกสำเร็จ ในปี ค.ศ.1922 ใช้ชื่อว่า Wolseley A9 จากความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้บริษัทผลิตรถบรรทุกรุ่นต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
- 3. Hondaแบรนด์รถยนต์ที่เริ่มต้นจากการพัฒนาจักรยานยนต์แบบติดเครื่องยนต์ และรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ถูกนำไปลงสนามประลอง F1 ณ ประเทศฝรั่งเศส หลังจากกวาดรางวัลชนะเลิศกลับมาทำให้แบรนด์ตลาดโด่งดัง และกลับมาพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่าง Handa Civic ในตำนาน มีความโดดเด่นในเรื่องการใช้เทคโนโลยี CVCC ซึ่งช่วยลดมลพิษทางอากาศ และ 4 ปีให้หลังก็ได้เปิดตัวรถยนต์อีกรุ่นในตำนานอย่าง Honda Accord
- 4. Mitsubishiอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในไทย โดยเริ่มต้นจากธุรกิจอื่น อย่าง “บริษัทขนส่งสินค้า” จากนั้นได้ผันตัวมาสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ผลิตรถโดยสารครั้งแรก ในปี ค.ศ.1917 ต่อมาในปี ค.ศ.1970 แผนกยานยนต์ได้แยกตัวจากบริษัทแม่ มาโฟกัสที่รถยนต์อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ Mitsubishi ในปัจจุบัน
- 5. MGแบรนด์รถยนต์จากประเทศอังกฤษสายเลือดจีนที่ค่อนข้างใหม่ในตลาดบ้านเรา แต่สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และความน่าสนใจให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์รถยนต์ในเมืองไทยเป็นอย่างมากในช่วง 10 ปีรุ่นสร้างชื่อคือ EX120 ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลงประลองในสนามแข่งโดยเฉพาะ ต่อมาได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการผลิตรุ่น K3 Magnette รุ่นที่สร้างชื่อให้กับ MG อย่างท่วมท้น เพราะสามารถเอาชนะ Ferrari ได้ที่ความเร็ว 105 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากนั้นได้มีการผลิตรถยนต์รุ่นต่าง ๆ สู่ตลาด ด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย และโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง ทำยอดขายได้มากถึง 1 แสนคัน แม้ตอนนี้หลายคนจะมีภาพจำกับแบรนด์นี้ว่าเป็นรถจีนซะมากกว่า แต่ MG ยังคงสร้างชื่อในเมืองไทยด้วยการเป็นหนึ่งในแบรนด์จากจีนชั้นนำเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า กับตัวเลือกหลาย ๆ รุ่นที่เป็นรถ EV
- 6. Fordเปิดตัวรถยนต์คันแรกชื่อว่า Ford Quadricycle ต่อมาได้ผลิตรถยนต์ Ford Model T หรือรถยนต์รุ่นบุกเบิก ออกวางจำหน่ายในราคาเพียง 360 ดอลลาร์ ที่ได้รับการตอบรับดีเกินคาด เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์สวยงาม แข็งแรง ราคาจับต้องได้ โดยสามารถทำยอดขายได้ถึง 15 ล้านคัน
- 7. Mazdaเปิดตำนานด้วยรถคันแรกอย่างรถสามล้อ ชื่อว่า Green Panel จนได้รับความนิยม ต่อมาได้มีการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมด้วยเครื่องยนต์โรตารี่ นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวของโลก ที่ใช้เครื่องยนต์ประเภทนี้เสริมจากเครื่องยนต์ที่มีอยู่ในตลาดจวบจนปัจจุบัน เริ่มจากรถสปอร์ตรุ่น Cosmo 110S ส่งต่อตำนานสู่ RX-7 และ RX-8ต่อมาในปี ค.ศ.1989 ก็ได้ถือกำเนิดการกลับมาของตำนานรถสปอร์ตโรดสเตอร์ หลังจากที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดผลิตรถสปอร์ตโรดสเตอร์ออกมาเลย ทาง Mazda จึงได้ทำการคิดค้นและพัฒนารถสปอร์ตโรดสเตอร์อีกครั้ง จนได้มาเป็น MX-5 ซึ่งนับเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก
- 8. Nissanเริ่มแรกเดิมทีก่อตั้งขึ้นในนามบริษัท Dat Jidosha Seizo และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Nissan Motor Co. ในปี ค.ศ.1934 รวมถึงเปิดตัวรถยนต์ครั้งแรกอย่าง Datsun 14 และมีการผลิตรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก หน่วยกำลังสำหรับกองทัพ เช่น เครื่องบิน เครื่องยนต์ให้แก่กองกำลังทหารญี่ปุ่น และกลับมาแข็งแรงอีกครั้งในปี ค.ศ.1947 พร้อมกับมุ่งผลิตรถรุ่น Datsun คิดค้นเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน จนได้มาเป็น Nissan Datsun 240 Z รถสปอร์ตคันแรก ที่สร้างปรากฏการณ์ในด้านยอดขายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
- 9. Suzukiเริ่มต้นจากบริษัททอผ้า และได้ขยายขอบเขตการผลิต แตกผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ออกมา จนก่อให้เกิดการผลิตต้นแบบยานยนต์ในปี ค.ศ.1939 แต่ต้องชะงักลง เมื่อเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วหันกลับมาเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องทอผ้าอย่างเดิม หลังจากสิ้นสุดยุคอุตสาหกรรมฝ่ายในญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1951 ทางแบรนด์ได้หันมาผลิตรถจักรยานยนต์และรถยนต์ และได้ถือกำเนิด Suzuki Motor Co., Ltd รวมถึงเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกอย่าง Suzuki Suzulight
- 10. Hinoแม้จะไม่มีรุ่นรถที่เป็นเก๋งส่วนบุคคล แต่คุ้นชื่อกันดีเรื่องรถบรรทุก Hino เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1910 โดยมีรากฐานมาจากอุตสาหกรรมก๊าซ ในนามของ Tokyo Gas and Electric Industry และได้มีการขยายการผลิตมายังชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมีการผลิตยานยนต์คันแรกในปี ค.ศ.1917 คือรถบรรทุกรุ่น TGE “A-Type จากนั้นได้มีการร่วมมือพับพันธมิตรในปี ค.ศ.1937 เพื่อจัดตั้ง Tokyo Automobile Industry จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น Diesel Motor Industry และถือเนิดบริษัทใหม่ในนาม Hino ในปี ค.ศ.1942
ทั้งหมดนี้คือ 10 ยี่ห้อรถที่น่าเชื่อถือ ที่เรานำมาบอกต่อเมื่อข้างต้น มีประวัติและจุดเริ่มต้นมาอย่างยาวนานมากเลยใช่ไหมล่ะ ? แถมในปัจจุบันยังมีศูนย์บริการรถยนต์เยอะที่สุดอีกด้วย หมดห่วงเรื่องการเข้าใช้บริการตรวจเช็ค นำรถจัดซ่อมได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ นอกจากการเลือกแบรนด์รถยนต์ที่น่าเชื่อถือแล้ว การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองอย่างครอบคลุม ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันอีกด้วย ถ้าไม่รู้ว่ารถของคุณเหมาะกับประกันภัยแบบไหน ปรึกษาหรือเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์กับ มิสเตอร์ คุ้มค่า ได้ตลอดเวลา