ความลับ3ปีเผยแล้ว “ปอ” ยอมพูดเอง คนที่ไม่ยอมให้ไปหาตำรวจ วันเกิดเหตุแตงโม
ในรายการโหนกระแสเมื่อวานที่ผ่านมา 30ต.ค.67 คุณปอ คุณแซน ได้มาตอบคำถาม หนุ่ม กรรชัย ถึงเรื่องราวของทนายตั้ม ที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ โดย คุณปอ ได้เล่าถึง คดีแตงโม ระบุว่า
คุณปอเล่าว่า ตอนที่เกิดเหตุ พวกเราช็อก และพวกเรากำลังตัดสินใจที่กำลังจะเดินทางไปพบตำรวจ ช่วงเช้าวันนั้น มีเพื่อนเราคนนึง คือเพื่อนสนิทคุณโรเบิร์ต เค้าสนิทกับทนายตั้ม เค้าก็ได้มีการประสานมาว่า เรื่องนี้ ทนายที่เชี่ยวชาญ แล้วก็อยู่กับเรื่องกระแสพวกนี้ ต้องคนนี้ หลังจากนั้น ก็ได้มีการคุยกับคุณตั้ม คุณตั้มเค้าก็พูดกับผมเองเลย (โทรคุยกัน) บอกว่า คุณต้องปรึกษาทนายก่อน คือผม(ทนายตั้ม) ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด และจะมากรุงเทพฯ ได้เร็วสุดคือ 5โมงเย็น
ผมก็บอกว่า ไม่ได้ เพราะตำรวจเค้ารออยู่ และก็นักข่าวรอกันอยู่เพียบเลย เค้าก็บอกว่า คุณกำลังจะไปให้คนที่ใช้กฎหมาย คือตำรวจ คุณจะไม่มีที่ปรึกษาทางกฎหมายมาก่อนได้ยังไง คุณต้องรอผมเท่านั้น คุณห้ามไป!
เราก็เลยตัดสินใจไปเจอเค้า ตอน 5 โมงเย็นที่ร้านอาหาร
ความลับ3ปีเผยแล้ว “ปอ” ยอมพูดเอง คนที่ไม่ยอมให้ไปหาตำรวจ วันเกิดเหตุแตงโม
หลังจากที่เราเจอกับเค้า ด้วยความที่เพื่อนเราแนะนำ เรารู้สึกเหมือนคลายความกังวลเราเลยกล้าคุย เค้าก็บอกว่า คุณปอเล่าข้อเท็จจริงให้ผมฟัง ผมก็เล่าทุกอย่าง คุณตั้มเนี่ยเป็นคนชุดแรก ๆ เลยที่รู้ข้อมูล หลังจากที่เค้าฟังจบแล้ว เค้าก็ให้แนวทางมา 2 แนวทาง แนวทางที่เค้าให้เรา เรารู้สึกว่า มันฟังไม่ได้ เพราะมันเป็นแนวทางที่เบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ผมก็เลยถามว่า คุณจะให้ผมทำแบบนี้มันจะได้หรอ คือเค้าจะให้ คนที่อยู่กับแตงโมเป็นคนสุดท้าย(แซน) ให้เป็นคนรับไป ซึ่งในข้อเท็จจริงเราอยู่หัวเรือ เรามองไม่เห็น คือผมไม่เห็นเหตุการณ์ เค้าบอกจะให้พูดเหล่ ๆ ว่า ค่อนข้างชัด ว่ามาที่เพื่อนเราคนนี้ (แซน) เป็นคนทำให้เกิดเหตุการณ์ ความหมายประมาณนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่เอา แค่ข้อเท็จจริง เราก็เจอเยอะแล้ว แต่คุณให้ผมทำแบบนี้ เรารับไม่ได้ เค้าพูดประโยคนี้ ถ้าคุณให้ผมทำคดี ผมจัดการให้เอง คุณแค่พูดมา อาจจะเห็นเหล่ ๆ ทิศทางมาที่คุณแซน เดี๋ยวผมจัดการให้
3 ยักษ์ใหญ่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ยืนหยัดเหนือกาลเวลา
อันดับ 1 แสนสิริ ผู้ที่ทำกำไรสูงสุดใน ตลาดอสังหาฯ ไทย
แสนสิริ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2527 อายุรวม 39 ปี โดย กลุ่มจูตระกูล ปัจจุบันมีแบรนด์โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่เป็นที่รู้จักมากมาย เช่น นาราสิริ,บูก้าน,เศรษฐสิริ,บุราสิริ,ฮาบิเทีย,สราญสิริ,คณาสิริ,KHUN,ชูช์,เวีย,เอ็กซ์ที,เอดจ์,เฮาส์,เดอะ ไลน์,เดอะ เบส,โฟล บายแสนสิริ
ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 แสนสิริ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 3,202 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนถึง 17.80 % มี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 25,211 ล้านบาท และมี สินทรัพย์รวม 139,816 ล้านบาท
ผลประกอบการย้อนหลังของ แสนสิริ
- ปี 2563 รายได้ 34,891 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,673 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้ 29,747 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,017 ล้านบาท
- ปี 2565 รายได้ 34,973 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,279 ล้านบาท
- ปี 2566 รายได้ 17,477 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,202 ล้านบาท (งบ 6 เดือน2566)
ใครจะคิดว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของไทยในปัจจุบันอย่าง แสนสิริ เริ่มต้นจากบริษัทเล็ก ๆ ชื่อแสนสำราญ จำกัด เมื่อปี 2531 กับโครงการบ้านไข่มุก คอนโดมิเนียมริมหาดระดับตำนานของหัวหิน ที่ราคาต่อยูนิตเพียง 7 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลับเป็นที่ต้องการของเศรษฐีในยุคนั้น
จากโครงการบ้านไข่มุกคือโครงการแฟล็กชิพแห่งแรกของแสนสิริที่เปิดตัวในปี 2531 ปัจจุบันแสนสิริมีมูลค่าโครงการรวมเพิ่มขึ้นกว่า 1,000% โดยราคาขายต่อยูนิตพุ่งสูงขึ้นจาก 7 ล้านบาท เป็น 80 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของแสนสิริที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ในเวลา 39 ปี
อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำตลาดอสังหาฯ สวนกระแส
ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 เอพี สามารถทำกำไรสุทธิได้ 3,022 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนถึง 16.05% มี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 33,975 ล้านบาท และมี สินทรัพย์รวม 79,176 ล้านบาท
ผลประกอบการของ เอพี ไทยแลนด์
- ปี 2563 รายได้ 29,958 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,226 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้ 31,980 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,543 ล้านบาท
- ปี 2565 รายได้ 38,702 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท
- ปี 2566 รายได้ 18,831 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,022 ล้านบาท (งบ 6 เดือน2566)
เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกเจ้าในไทย เวลานี้สวนกระแสตลาดที่ชะลอตัวในปี 2566 ด้วยแผนธุรกิจที่ดุดัน เปิดตัวโครงการใหม่มากที่สุดในอุตสาหกรรม จำนวน 58 โครงการ มูลค่ารวม 77,000 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
เอพี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 อายุรวม 32 ปี โดย คุณ อนุพงษ์ อัศวโภคิน ปัจจุบันมีแบรนด์โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่เป็นที่รู้จักมากมาย เช่น บ้านกลางเมือง, บ้านกลางกรุง, GRANDE PLENO, THE CITY, CENTRO, ASPIRE, HYTHM และ LIFE ความสำเร็จของเอพี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้บริหารที่เชื่อมั่นในศักยภาพของธุรกิจและไม่ยอมแพ้ต่อความท้าทาย โดยนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าไม่แน่ ก็คงไม่กล้า”
สำหรับในครึ่งปีหลังบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวอีก 40 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 55,940 ล้านบาท โดยเป็นทาวน์โฮม 19 โครงการ มูลค่า 19,550 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 14 โครงการ มูลค่า 24,750 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 8,300 ล้านบาท และต่างจังหวัด 4 โครงการ มูลค่า 3,340 ล้านบาท
อันดับ 3 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้ครองตลาด บ้านหรู ในไทย
ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ผู้นำตลาดบ้านหรูระดับบนมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและความเชื่อมั่นในคุณภาพ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จึงสามารถครองใจผู้บริโภคมาได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาท้าทายอยู่เสมอ
ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 2,803 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนถึง 7.95 % มี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 90,220 ล้านบาท และมี สินทรัพย์รวม 128,422 ล้านบาท
ผลประกอบการของ ศุภาลัย เรียลเอสเตท
- ปี 2563 รายได้ 30,965 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7,144 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้ 33,031 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,936 ล้านบาท
- ปี 2565 รายได้ 36,482 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8,312 ล้านบาท
- ปี 2566 รายได้ 14,036 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,803 ล้านบาท (งบ 6 เดือน2566)
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ก่อตั้งเมื่อ ปี 2516 อายุรวม 50 ปี โดย คุณ อนันต์ อัศวโภคิน เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ “บ้านหรู สวยทุกหลัง ได้ของ เหมือนที่ตาเห็น” จากการนำเสนอโครงการบ้านหรูที่มีคุณภาพสูง ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุด และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าระดับบนอย่างแท้จริง
สำหรับโครงการที่ประสบความสำเร็จของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้แก่ โครงการบ้านนันทวัน โครงการบ้านมัณฑนา และโครงการบ้านลดาวัลย์ ความสำเร็จของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญหลายประการที่ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบความสำเร็จ ได้แก่ คุณภาพของโครงการ ที่ตั้งโครงการ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด